มีความเข้าใจในศาสตร์ด้านการเสริมความงาม โดดเด่นด้วยโปรแกรมยกกระชับ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหารูปหน้า หรือริ้วรอย แต่แท้จริงแล้วโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คืออะไร? สารที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังนั้นประกอบด้วยอะไร? โปรแกรมนี้ช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงอะไรให้กับใบหน้าของเราได้บ้าง? และในท้องตลาดปัจจุบันมียี่ห้อใดที่ได้รับการยอมรับ และมีความแตกต่างกันอย่างไร?
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกคำตอบของทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ตั้งแต่กลไกการทำงาน, ประโยชน์ที่ได้รับ, จนถึงการทำความรู้จักกับแบรนด์ชั้นนำ เพื่อให้สามารถตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา
Key Takeaways
- สารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid (HA) เป็นเพียงชนิดเดียวที่ได้มาตรฐาน สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุม ทั้งใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ขมับ คาง และริมฝีปาก โดยใช้ปริมาณ 1-4 CC ขึ้นอยู่กับบริเวณและความรุนแรงของปัญหา
- ผลลัพธ์คงอยู่ 6-24 เดือนตามยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อและรุ่นมีอายุการคงทนต่างกัน เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Belotero Revive อยู่ได้ 6-9 เดือน, โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Restylane Volyme และ Juvederm Voluma อยู่ได้ 18 เดือน และ Juvederm Volux อยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน
- ก่อนฉีดควรงดยาบางชนิดและทรีตเมนต์ อย่างน้อย 3 วัน หลังฉีดห้ามสัมผัสบริเวณที่ฉีด งดความร้อนและออกกำลังกายหนัก 48 ชั่วโมง เพื่อให้สารเติมเต็มเข้าที่เร็วและผลลัพธ์คงทนนาน
- เลือกคลินิกและแพทย์ที่มีมาตรฐาน ต้องมีใบอนุญาตชัดเจน แพทย์มีความชำนาญด้านการยกกระชับปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ
สารบัญบทความ
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ฉีดในจุดไหนได้บ้าง
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม
- อันตรายจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปลอม
- ข้อดีของการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานแค่ไหน
- วิธีการดูสารเติมเต็มที่ได้มาตรฐาน
- ข้อควรปฏิบัติก่อนทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- ขั้นตอนการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- ข้อควรปฏิบัติหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ทำไมแต่ละจุดราคาต่างกัน
- เลือกทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี
- รีวิวการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ แก้ปัญหาผิว ยกกระชับปรับรูปหน้าที่ Ren Clinic
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คือวิธีการรักษาและแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย โดยการฉีดสารเติมเต็มชนิดกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) เข้าไปในชั้นผิวที่มีการเสื่อมสภาพ ยุบตัวลง หรือเกิดเป็นริ้วรอยและร่องลึกตามวัย สาร HA นี้จะช่วยเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกให้ผิวกลับมาเรียบเนียน เต่งตึงขึ้นได้ นอกจากนี้ คุณสมบัติเด่น คือความสามารถในการกักเก็บและอุ้มน้ำไว้ใต้ผิว จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล อีกทั้งยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ ในระยะยาวอีกด้วย
Ren Clinic โดดเด่นด้วยบริการที่เน้นผลลัพธ์ที่แก้ไขปัญหาของแต่ละคน แพทย์มีความชำนาญด้านการยกกระชับปรับรูปหน้าด้วยการฉีดสารเติมเต็ม ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับการประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะคนอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้รูปหน้าที่สวยงามสมส่วน ตรงกับความต้องการ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ฉีดในจุดไหนได้บ้าง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ฉีดตรงไหนได้บ้าง? โดยสารเติมเต็มสามารถนำมาใช้ปรับปรุงและแก้ไขปัญหาความบกพร่องของรูปหน้าได้หลากหลายจุด เพื่อคืนความอ่อนเยาว์และปรับโครงหน้าให้ได้สัดส่วนที่สวยงามยิ่งขึ้น โดยการฉีดในแต่ละจุดมีปริมาณต่างกัน ดังนี้
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำเป็นเงา, ริ้วรอยใต้ตา, และตาโหล ทำให้ใบหน้าดูสดใส ไม่โทรม ใช้ประมาณ 1-2 CC ขึ้นอยู่กับความลึกของร่องและดุลยพินิจของแพทย์
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มร่องแก้มลึกให้ตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและอ่อนโยน ใช้ประมาณ 1-2 CC
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ/แก้มส้ม เติมเต็มแก้มตอบให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ มีมิติ หรือยกกระชับแก้มส้มที่หย่อนคล้อย ใช้ประมาณ 1-4 CC ขึ้นอยู่กับการแก้ไขโครงสร้างหรือการเติมเต็ม
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ เติมเต็มขมับที่ยุบตัวหรือตอบลงตามวัย ซึ่งเป็นสาเหตุให้โหนกแก้มดูเด่นขึ้น ทำให้ใบหน้าได้รูปไข่มากขึ้น ใช้ประมาณ 1-4 CC
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะกับคนหน้าบาน เพราะช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวยาว ได้สัดส่วนวีเชฟ (V-Shape) หรือแก้ไขคางที่สั้น/ถอย ใช้ประมาณ 1-2 CC
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก เพิ่มความอวบอิ่ม, แก้ปัญหาริมฝีปากบาง, เติมขอบปากให้คมชัด หรือแก้ไขมุมปากตก ใช้ประมาณ 1-2 CC
อย่างไรก็ตาม ปริมาณ CC เป็นเพียงค่าประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ปริมาณที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาเฉพาะบุคคล, โครงสร้างใบหน้า, ความลึกของร่อง และดุลยพินิจของแพทย์ในวันเข้ารับบริการ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม
สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม? สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ สารเติมเต็มชนิดเดียวที่ถือว่าไม่อันตราย และผ่านมาตรฐาน คือ สารในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในวงการแพทย์และความงาม เพราะมีคุณสมบัติเด่นคือ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติจนหมด ภายในระยะเวลาหนึ่ง ไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้สามารถเติมหรือฉีดซ้ำได้โดยไม่มีผลข้างเคียงในระยะยาว
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบและมั่นใจว่ายี่ห้อที่ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างถูกต้องเท่านั้น
อันตรายจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปลอม
สิ่งที่ต้องตระหนักถึงอย่างยิ่งคือ อันตรายจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปลอม หรือสารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน สารเหล่านี้มักเป็นซิลิโคนเหลวหรือสารที่ไม่ใช่ HA แท้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หลังฉีดอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นปัญหาระยะยาว เช่น
- เกิดอาการแพ้ อักเสบ ติดเชื้อ บวมแดง และผิวหนังขรุขระไม่เรียบเนียน
- สารเติมเต็มย้อยผิดรูป จับตัวเป็นก้อนแข็งถาวร
- ในกรณีร้ายแรง อาจเกิดภาวะเนื้อตาย หรือตาบอด ได้หากสารเข้าสู่เส้นเลือดสำคัญ
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปลอมที่ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายและไม่ผ่านการรับรอง จะไม่สามารถสลายตัวได้เอง ซึ่งการแก้ไขทำได้ยากและอาจต้องใช้การรักษาด้วยวิธีศัลยกรรม เช่น การผ่าตัด หรือการขูดออกเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายร้ายแรงเหล่านี้ ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง
ข้อดีของการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ดีไหม? สารเติมเต็มถือเป็นทางเลือกยอดนิยมในด้านความงาม เนื่องจากมีข้อดีและจุดเด่นหลายอย่าง ดังนี้
- แก้ไขปัญหาและปรับโครงสร้างใบหน้าได้อย่างครอบคลุม: ช่วยเติมเต็มร่องลึก ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้สัดส่วนและสมมาตร เช่น คาง ขมับ และแก้ม
- เห็นผลลัพธ์เร็ว: สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังการฉีด โดยไม่มีบาดแผลหรือรอยจากการผ่าตัด และไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการพักฟื้น
- ไม่อันตรายและได้รับมาตรฐาน: สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ได้รับการรับรองทั้งในและต่างประเทศ มีความเข้ากันได้กับร่างกายสูง และไม่ทิ้งสารตกค้างในระยะยาว
- สามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนได้: หากไม่พึงพอใจในผลลัพธ์ หรือต้องการแก้ไข สามารถใช้เอนไซม์ฉีดสลายสารเติมเต็ม HA ออกได้โดยไม่เป็นอันตราย
- ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ แพทย์สามารถฉีดสารเติมเต็มเพื่อแก้ไขปัญหาในบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูงได้อย่างแม่นยำ เช่น ใต้ตา และร่องแก้ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานแค่ไหน
การเลือกยี่ห้อสารเติมเต็มที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและวัตถุประสงค์ของการรักษา โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ระยะเวลาของผลลัพธ์จะต่างกัน ดังนี้
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero
- Belotero Revive ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane มีความหลากหลาย ทำให้ระยะเวลาของผลลัพธ์อยู่ได้นานสูงสุดตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 18 เดือน โดยจะขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้และบริเวณที่ฉีด
ยกตัวอย่างเช่น
- Restylane รุ่นส่วนใหญ่ จะให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน
- Restylane Vital Light เป็นรุ่นที่อาจจะอยู่ได้นานน้อยกว่า คือประมาณ 6-12 เดือน
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อ Lorient
- Lorient No.2 (Fine Texture) ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน
- Lorient No.4 (Medium-Density) ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 10-12 เดือน
- Lorient No.6 (High-Density) ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 15-18 เดือน
*ระยะเวลาผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยี Vycross และ Hylacross ที่ทำให้โมเลกุลเกาะตัวกันได้ดี ส่งผลให้ระยะเวลาของผลลัพธ์อยู่ได้นานตั้งแต่ 8 เดือน ถึง 24 เดือน
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อ Teoxane
โดยรวมแล้ว โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Teoxane จะมีผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ บริเวณที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังการรักษาของแต่ละบุคคล
วิธีการดูสารเติมเต็มที่ได้มาตรฐาน
ควรศึกษาจุดสังเกตของสารเติมเต็มแท้แต่ละยี่ห้อ และตรวจสอบว่ามีการนำเข้าอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ โดยสังเกตดังนี้
- เลขทะเบียนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา : ต้องมีเลขทะเบียน ระบุชัดเจนบนกล่องบรรจุภัณฑ์
- เอกสารกำกับเป็นภาษาไทย: ต้องมีเอกสารแนะนำการใช้และข้อมูลผลิตภัณฑ์เป็นภาษาไทยอย่างครบถ้วน
- เลข Lot (Lot Number) ตรงกัน: ตรวจสอบว่าเลข Lot บนกล่อง, ซอง, สติกเกอร์ หรือหลอดบรรจุภัณฑ์ ต้องตรงกันทั้งหมด
- สามารถตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้: ผู้บริโภคสามารถนำเลข Lot ดังกล่าวไปโทรศัพท์หรือติดต่อเพื่อตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการได้โดยตรง
ข้อควรปฏิบัติก่อนทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวที่ดีก่อนฉีดสารเติมเต็มเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง และทำให้ได้รับผลลัพธ์ที่สวยงามและคุ้มค่า ดังนี้
- ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด: ศึกษาข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน, การเลือกแพทย์, เทคนิคการฉีด, และวิธีการสังเกตสารเติมเต็มแท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อให้มั่นใจในผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
- งดยาและวิตามินบางชนิด: ควรงดกลุ่มยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเพื่อลดอาการช้ำ เช่น แอสไพริน (Aspirin), ยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน), รวมถึงวิตามินและอาหารเสริมบางชนิด เช่น St. Johns Wort, ใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba), น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Primrose Oil), กระเทียม (Garlic), โสม (Ginseng) และวิตามินอี (Vitamin E) ตามคำแนะนำของแพทย์
- งดการรบกวนผิว: งดการใช้ยาผลัดเซลล์ผิว, งดการดึงหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีดสารเติมเต็ม
- งดทำทรีตเมนต์และเลเซอร์: งดคอร์สเลเซอร์และการนวดหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนการฉีด
- ปรึกษาแพทย์: หากมีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาชนิดใดเป็นประจำ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการรักษาทุกครั้ง
ขั้นตอนการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้ชำนาญ ดังนี้
- 1. ปรึกษาและประเมินปัญหา: เข้าพบแพทย์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า และประเมินปัญหาความกังวลที่ต้องการแก้ไขอย่างละเอียด
- 2. วางแผนการรักษา: แพทย์จะแนะนำยี่ห้อที่เหมาะสม ปริมาณที่ต้องใช้ และระบุตำแหน่งที่จะทำการฉีดอย่างชัดเจน
- 3. เตรียมความสะอาด: ทำความสะอาดผิวหน้า และเช็ดเครื่องสำอางบริเวณที่จะฉีดออกอย่างหมดจดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- 4. ตรวจสอบผลิตภัณฑ์แท้: ก่อนเริ่มฉีด แพทย์จะทำการแกะกล่องสารเติมเต็มให้ผู้เข้ารับบริการตรวจสอบต่อหน้า เพื่อยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง
- 5. เตรียมความพร้อมก่อนฉีด: อาจมีการประคบน้ำแข็งเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บจากเข็ม เนื่องจากในเนื้อสารเติมเต็มส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของยาชาอยู่แล้ว
- 6. ทำการฉีดสารเติมเต็ม: แพทย์จะดำเนินการฉีดสารเติมเต็มด้วยเทคนิคที่เหมาะสม
- 7. รับคำแนะนำหลังทำ: เมื่อการฉีดเสร็จสิ้น แพทย์จะให้คำแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างละเอียด ซึ่งคนไข้ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้สารเติมเต็มเข้าที่เร็วและคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน
ข้อควรปฏิบัติหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
หลังเข้ารับการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี สารเติมเต็มเข้าที่เร็ว และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส: ห้ามแตะ แกะ เกา หรือกดนวดในจุดที่ฉีด
- การใช้ยา: ควรรีบรับประทานยาฆ่าเชื้อ หากไม่ได้ทานก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง 48 ชั่วโมง: อยู่ในที่อากาศเย็น และงดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อนทุกชนิด เช่น การซาวน่า, การออกกำลังกายหนัก, เลเซอร์ที่ลงผิว, หรือการตากแดด
- งดสูบบุหรี่: ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ข้อห้าม คือ การสูบบุหรี่จะทำให้ยุบบวมช้า และลดระยะเวลาที่ผลการรักษาจะคงอยู่
อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล? หลังการฉีด อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยที่เป็นเรื่องปกติ อาจมีรอยแดงหรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน ซึ่งอาการบวมหลังฉีดถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ ดีขึ้น โดยทั่วไปสารเติมเต็มจะเริ่มเข้าที่และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ภายในประมาณ 7-14 วัน
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ทำไมแต่ละจุดราคาต่างกัน
Ren Clinic มีโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ราคามีความหลากหลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะปริมาณที่ใช้และบริเวณที่ฉีด ดังนี้
- โปรแกรม Restylane ราคาเริ่มต้น 12,990 บาท โปรโมชั่นพิเศษรับส่วนลดเพิ่มเติม เมื่อซื้อ 2 CC ขึ้นไป
- โปรแกรม Lorient ราคาเริ่มต้น 7,990 บาท โปรโมชั่นพิเศษรับส่วนลดเพิ่มเติม เมื่อซื้อ 2 CC ขึ้นไป
* ราคาส่วนลดโปรโมชั่นข้างต้น ไม่รวมถึงโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผาก
เลือกทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี
การเลือกคลินิกสำหรับการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับใบหน้า ซึ่งการพิจารณาอย่างรอบคอบตามเกณฑ์เหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
- ความน่าเชื่อถือของคลินิกและใบอนุญาต: คลินิกต้องได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือ โดยมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ชัดเจน
- ประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์: แพทย์ผู้ทำการฉีดต้องมีประสบการณ์สูงและมีความชำนาญด้านการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ (ไม่ควรเลือกจากราคาที่ถูกที่สุด แต่ควรเลือกจากฝีมือของแพทย์)
- ผลิตภัณฑ์ต้องได้มาตรฐาน: ใช้เฉพาะสารเติมเต็มที่ผ่านการรับรอง สามารถตรวจสอบกล่อได้ และแพทย์ควรแกะกล่องให้ดูต่อหน้า
- รีวิวและการติดตามผล: ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงในแหล่งข้อมูลที่เป็นกลาง (เช่น Pantip, Google Map) ไม่ใช่เพียงรีวิวที่คลินิกโพสต์เองเท่านั้น
Ren Clinic มุ่งเน้นการปรับรูปหน้าและยกกระชับผิว ซึ่งรวมถึงบริการฉีดสารเติมเต็มบริเวณต่าง ๆ เช่น ปาก แก้ม ร่องแก้ม คาง ขมับ ใต้ตา กรอบหน้า และหน้าผาก มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีมาตรฐานในการดูแลผิวและความงาม ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพของบริการที่ได้รับ
รีวิวการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
สารเติมเต็มสลายหมดแล้ว หน้าจะยิ่งแก่กว่าเดิมจริงหรือไม่?
ไม่จริง สารเติมเต็มที่สลายไปตามธรรมชาติ จะทำให้ผิวกลับสู่สภาพเดิมก่อนการฉีดเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ใบหน้าแก่ก่อนวัย แต่การที่คนไข้อาจรู้สึกว่าใบหน้าดูแก่ลง อาจเกิดจากการที่คนไข้เคยชินกับใบหน้าหลังการฉีดสารเติมเต็มที่ดูอ่อนเยาว์และเต็มอิ่มกว่า
หลังสารเติมเต็มสลายหมดแล้ว เปลี่ยนยี่ห้อที่ฉีดได้ไหม ?
ได้ การเปลี่ยนยี่ห้อสารเติมเต็มหลังของเก่าสลายหมดแล้ว ไม่มีปัญหา และเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความต้องการของคนไข้ในแต่ละครั้ง
เติมสารเติมเต็มซ้ำ ต้องรอให้ของเก่าสลายหมดก่อนไหม ?
ไม่จำเป็นต้องรอให้สารเดิมสลายหมดก่อน หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าการฉีดซ้ำสามารถทำได้เพื่อรักษาผลลัพธ์ (Touch-up) หรือเพื่อปรับปรุงรูปหน้าให้ดียิ่งขึ้นตามแผนการรักษา โดยปกติแล้ว แพทย์จะพิจารณาปริมาณและตำแหน่งการฉีดเพิ่มเติม
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ แก้ปัญหาผิว ยกกระชับปรับรูปหน้าที่ Ren Clinic
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (Filler) ได้รับความนิยมอย่างสูงในการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างใบหน้า เนื่องจากใช้สารกรดไฮยาลูโรนิก (HA) เพราะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และมอบผลลัพธ์ที่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า และใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่สวยงามคุ้มค่าตามที่คาดหวัง
Ren Clinic พร้อมให้บริการโปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม โดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลอย่างพิถีพิถัน และเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน เพื่อให้คุณได้รับใบหน้าที่สวยงามสมส่วน ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง
ติดต่อสอบถามและปรึกษาปัญหาผิวได้ที่
- Instagram: renclinic.th
- Facebook : Ren Clinic / Ren Clinic Phuket
- TikTok : Renclinic / Renclinic.official
- Line Official : @renclinic
อ้างอิง
Berry, J. (2025, July 10). What is the difference between Botox and dermal fillers?. Medicalnewstoday. https://www.medicalnewstoday.com/articles/320510
Dermal Filler Do’s and Don’ts for Wrinkles, Lips and More. (2023, July 07). FDA. https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/dermal-filler-dos-and-donts-wrinkles-lips-and-more
Liu, K. (2020, January 07). Dermal fillers: The good, the bad and the dangerous. Harvard Health Publishing. https://www.health.harvard.edu/blog/dermal-fillers-the-good-the-bad-and-the-dangerous-201907152561
Dermal Fillers. (n.d.). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22667-dermal-fillers
